งานวิจัย
>โภชนาหาร >
เกี่ยวกับสุขภาพ > โรคชรา
ความดันโลหิตสูง ในผู้สูงอายุ และ วัยทอง
โรคชรา :
ตามคำกล่าวของ ดร. อับราม ฮอฟเฟอร์ การสูญเสียความทรงจำทำให้ผู้ป่วยเพียงบางคนรู้สึกค่อนข้างลำบากใจ
แต่เมื่อเกิดขึ้นก็ทำให้อ่อนใจได้เหมือนกัน ดร. ฮอฟเฟอร์ กล่าวว่าผู้ป่วยส่วนมาก
ที่เป็นโรคชราจริงๆ นั้นเป็นผลมาจากการปล่อยปละละเลยให้ร่างกายขาดสารอาหารมาเป็นเวลานานโรคความจำเสื่อมซึ่งเป็นอาการที่แสดงออกเหมือนกับเป็น
คนสูงอายุนั้น แท้จริงแล้วเป็นผลที่เกี่ยวข้องกับการได้รับพิษจากสารอลูมิเนียม
เมื่อการขาดสารอาหารอย่างเรื้อรังเป็นปัจจัยที่ทำให้ความจำเสื่อม
ดังนั้น สาหร่ายเกลียวทองซึ่งมีโปรตีนเข้มข้น,วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ
จึงสามารถที่จะช่วยให้ความจำกลับฟื้นคืนมาเป็นปกติได้
สารอาหารที่พบในสาหร่ายเกลียวทองคือกรดอะมิโนซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับการส่งผ่านประสาทสัมผัสโดยเฉพาะสารที่ควบคุมอารมณ์
และไอโนซิโทลซึ่งเป็นสารอาหารสำหรับเส้นประสาทนั้น สามารถช่วยให้ความทรงจำแม่นยำและฉับไว้ยิ่งขึ้นในคนบางคน
ผู้สูงอายุและวัยทอง
แพทย์ชาวญี่ปุ่น มักพูดเสมอว่า เราสามารถจะมีอายุได้โดยไม่ต้องแก่ และเมื่อถึงคราวแก่ก็แก่อย่างสง่างาม
แม้ว่าเราจะมีอายุยืนแต่ก็ไม่อยากอยู่ย่างคนแก่ที่ช่วย
ตัวเองไม่ได้ ดังนั้นมนุษย์จึงได้พยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาสุขภาพ รักษาร่างกายให้หนุ่มสาวอยู่เสมอ
มีผู้สูงวัยที่อายุเกิน 50 ปี จำนวนมากที่มักจะกินไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ
ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ โรที่ทำให้ต้องจำกัดอาหาร หรือการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์
และการดูดซึมอาหารได้น้อย ทำให้ผู้สูงวัยเป็นโรคขาดสารอาหาร และก็เป็นความจริงที่ว่า
การขาดสารอาหารอย่างเรื้อรัง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่ายกายแก่เร็ว
และเกิดเป็นโรคชราก่อนวัยอันควร โรคที่เรียกว่า โรคชราได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ โรคแผลเปื่อยของทางเดินอาหารแบบต่างๆ มะเร็งบางชนิด เบาหวาน
โรคไขข้ออักเสบ โรคต้อกระจก โรคเกี่ยวกับตับ และไตอีกหลายชนิด โดยเฉพาะการกินอาหารไม่ถูกต้องมานานนับปี
โดยกินเนื้อมาก และกินพืชผักเส้นใยน้อย และเก็บของเสียไว้ในลำไส้เป็นเวลานาน
จึงมีผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่เป็นโรคท้องผูกเรื้อรังต้องใช้ยาระบายเป็นประจำ
บางท่านเป็นมะเร็งในลำไส้
สาหร่ายเกลียวทอง ได้รับการยืนยันจากการทดลองในประเทศที่กำลังพัฒนาว่า
ช่วยแก้ปัญหาการดูดซึมอาหารทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะคุณสมบัติช่วยใน
การขับถ่ายดีมาก นอกจากนี้สาหร่ายเกลียวทองยังมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าโปรตีนจากแหล่งอื่น
มีเบต้า แคโรทีนสูง มีกรดไขมันแกมมาไลโนเลนิกและเหล็ก สตรีวัยทองควรรับประทานแคลเซียมเป็นอาหารเสริม
เพื่อป้องกันโรคกระดูกผุ
มนุษย์ได้พยายามเสาะแสวงหาสิ่งที่เรียกว่า "ยาอายุวัฒนะ"
มาตลอด เชื่อว่าสาหร่ายเกลียวทอง น่าจะเป็นอาหารที่ใกล้เคียงกับอายุวัฒนะมากที่สุด
เพราะมีรายงานมาตลอดว่า คนในวัยชราต่างพากันแปลกในตัวเอง ที่กลับมากระชุ่มกระชวยได้ใหม่
เมื่อได้รับประทานสาหร่ายเกลียวทอง
ภาวะทางร่างกายที่แสดงถึงความชราของสตรีคือการหมดประจำเดือน ได้มีการศึกษาที่โรงพยาบาล
Denver General รัฐโคโรลาโด สหรัฐอเมริกา พบว่า
สตรี 5 คนใน จำนวน 25 คนที่หมดประจำเดือนแล้ว กลับมามีประจำเดือนใหม่อีก
หลังจากได้รับประทานสาหร่ายเกลียวทอง จึงสรุปได้ว่า สาหร่ายเกลียวทองสามารถให้ความเป็นหนุ่มเป็นสาวแก่ร่างกายได้
สาหร่ายเกลียววทองมักจุะถูกมองว่า เป็นอาหารเสริมสำหรับผู้อยู่ในวัย
20 - 40 ปี เพื่อให้พลังงานสำหรับวัยทำงาน แต่ความจริงไม่เป็นดังนั้น
ในประเทศญี่ปุ่น (และประเทศไทยด้วย) สำรวจพบว่าผู้ที่รับประทานสาหร่ายเกลียวทอง
มีวัยเกิน 50 ปีขึ้นไป ->70%
ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง ->57%
ผู้สูงอายุเหล่านี้หันมารับประทานสาหร่ายเกลียวทองเพื่อ
1. เพื่อรักษาโรค ->45%
- ใช้รักษาปัญหาน้ำตาลในเลือดและเบาหวาน ->22%
- ใช้รักษาโรคตา ->15%
- เพื่อแก้ปัญหาท้องผูก และรักษาโรคความดัน ->14%
2. เพื่อรักษาสุขภาพ ->28%
3. ใช้เพื่อเป็นอาหารเสริม ->12%
คนญี่ปุ่นไม่ได้ฮือฮาในการกินสาหร่ายเกลียวทองเพื่อเป็นแฟชั่นแต่เขานึกถึงการบำรุงรักษาสุขภาพซึ่งก็มีผลให้เห็นอย่างหนึ่งว่าใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
ของคนญี่ปุ่นนั้นมีน้อยกว่าของชาวอเมริกัน โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะรับประทานสาหร่ายเกลียวทองวันละ
4 กรัม (8 เม็ด เม็ดละ 500 มก.) เป็นประจำเพื่อเป็นการรักษาสุขภาพ
TESTIMONIA
คุณป้าวิเชียร เปรมปราโมทย อายุ 65ปี
ประกอบอาชีพ ค้าขาย เป็นเจ้าของร้านกิ๊ฟชอฟ ในตลาดโบ้เบ้ คุณป้ามีโรคประจำตัวคือ
ความดันโลหิตสูง ซึ่งตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว