หน้าแรก • เกี่ยวกับเรา • สาหร่ายเกลียวทอง • ผลิตภัณฑ์จีดีวัน • งานวิจัย • ประโยชน์ • ถาม-ตอบ • วิธีสั่งซื้อ • ติดต่อเรา


Language

งานวิจัย >โภชนาหาร > เกี่ยวกับสุขภาพ > โรคเบาหวาน

อาหารในจานกับเบาหวานในตัว

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่สามารถควบคุมได้ โรคเบาหวานเป็นโรคของคนในประเทศศิวิไลซ์ ทั้งนี้เพราะมาตรฐานการกินอยู่สูงขึ้น กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากเกินไป กินอาหารประเภทแคลเซียมสูงมากขึ้นในการเผาผลาญอาหารประเภทเนื้อสัตว์ต้องใช้ วิตามินบี 6 แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นมักไม่ชอบกินผักและผลไม้ ดังนั้นจึงขาดธาตุแมกนีเซียม ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินบี 6 ได้ ขบวนการเผาผลาญ อาหารในร่างกายจึงปั่นป่วน และนี่คือสาเหตุแห่งการเป็นโรคเบาหวาน

วิตามิน บี 6 และแมกนีเซียมเป็นกุญแจสำคัญของการเป็นหรือไม่เป็นโรคเบาหวาน Dr. Adella Davie ได้อธิบายโรคเบาหวานไว้ว่า เมื่อ
วิตามินบี 6
ไม่เพียงพอ การใช้และการดูดซึมกรดอะมิโน Tryptophane ก็จะไม่ปกติและจะเปลี่ยน
Tryptophane ให้กลายเป็น Xanthurenic acid ที่มีพิษ ถ้าร่างกายเราขาดวิตามินบี 6 ปริมาณของ Xanthurenic cid ก็จะเพิ่มสูงขึ้น
และจะเข้าทำลายตับอ่อนภายใน 48 ชั่วโมง ตับอ่อนก็จะผลิตอินซูลินลดลง ในขณะเดียวกันนั้นปริมาณน้ำตาลในเลือดก็จะเพิ่มมากขึ้น
เพราะไม่มีอินซูลินไปย่อยน้ำตาล และก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีปริมาณน้ำตาลสูงจึงเรียกว่าเบาหวาน

ถ้ามีการให้วิตามินบี 6 อย่างเพียงพอ Xanthurenic acid จะลดลงและถ้าตับอ่อนเสียหายเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยก็อาจจะฟื้นคืนสภาพได้เร็ว
แต่ถ้ายังขาดวิตามิน บี 6 อย่างสม่ำเสมอร่างกายก็จะเสื่อมโทรม และยังคงมีโรคเบาหวานติดตัวจนตาย และเนื่องจากแมกนีเซียมสามารถลด Xanthurenic acid ได้เช่นกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีปริมาณแมกนีเซียมในเลือดต่ำเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะการเกิดโรคเบาหวานเกิดจากการขาดทั้งแมกนีเซียฝและวิตามิน บี 6

ตับอ่อนของคนเป็นโรคเบาหวานจะไม่สามารถขับสารอินซูลิน ดังนั้นในการรักษาโรคเบาหวานของสมัยนี้จึงมีการฉีดสารอินซูลินเข้าร่างกาย เพื่อไปทำหน้าที่ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ซึ่งวิธีการนี้ถ้าให้มากเกินความต้องการของร่างกาย ก็อาจจะทำให้เกิดการช็อคเพราะขาดน้ำตาลอย่างรวดเร็วได้ อินซูลินจะช่วยบรรเทาอาการเพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะไม่ได้ไปช่วยรักษาตับอ่อนโรคเบาหวานก็ยังคงเป็นอยู่ตราบสิ้นอายุขัย

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าวิธีรักษาโรคเบาหวานที่ดีนั้น คือการให้สารอาหารแก่ร่างกายเพื่อยับยั้งกรดที่มาทำลายตับอ่อน และช่วยให้ตับอ่อนคืนสภาพมาทำหน้าที่ขับอินซูลินได้เป็นปกติ สาหร่ายเกลียวทอง จีดี-1 มีปริมาณ Chlorophyll ถึง 1.33% ซึ่งหมายความว่ามีแมกนีเซียมถึง 1.33% เช่นกัน ซึ่งสูงกว่าพืชผักใบเขียวทั่วไปถึง 10 เท่า และยังมีคุณสมบัติอื่นอีกเช่น เป็นพืชที่มีโปรตีนสูง มีวิตามินบี 1, บี 2, Pantothenic acid และสังกะสี เป็นต้น คุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้การผลิตอินซูลินดีขึ้น

อาการเด่นชัดของโรคเบาหวาน คือ มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และมีน้ำตาลในปัสสาวะมีความเชื่อกันว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่มีอาการเด่นชัด แต่ที่จริงแล้วมีอาการปรากฏเหมือนกัน คนไข้จะรู้สึกกระหายน้ำ และจะดื่มน้ำมากกว่าคนปกติ เพราะคอมักจะแห้งและปัสสาวะบ่อย เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็ว

ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุดมี 3 วิธีคือ
1. ลดปริมาณความต้องการอินซูลินของร่างกาย
2. กระตุ้นให้มีการสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้นในร่างกาย
3. ฉีดอินซูลินเพิ่ม

วิธีที่ 2. และ 3 ต่างก็ต้องใช้ยา แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ วิธีแรก คือควรจะมีการควบคุมปริมาณแคลอรี่ท่กินเข้าไปในแต่ละวันให้อยู่ในระดับต่ำสุด และพยายามควบคุมน้ำหนัก

วิธีคำนวณว่าน้ำหนัก เหมาะกับตัวหรือไม่ให้เอาตัวเลข 100 ลบจากความสูง (ซม)
แล้วคูณด้วย 0.9 จะได้น้ำหนักที่ควรเป็น เช่น สูง 154 ซ.ม. - 100 = 54 x0.9 = 48.6 กิโลกรัม

ไม่น่าสงสัยเลยว่าการควบคุมอาหารเป็นสิ่งแรกที่ควรทำในการรักษาโรเบาหวาน ทั้งนี้เพราะโรคนี้ไม่ใช่เป็นโรคที่จะสามารถรักษาได้ด้วยการกินยา หรือฉีดยาอย่างเดียวการรักษาจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าคนไข้จะสามารถควบคุมอาหารการกินได้ตลอดไปหรือไม่เท่านั้น


การรักษาทางการแพทย์ได้มีรายงานไว้หลายแห่ง ศาสตราจารย์ Chu Nai Tau Mi แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ Sakecyoky ได้พิสูจน์ว่า สาหร่ายเกลียวทองเป็นสารอาหารที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อย่างดียิ่ง ได้มีรายงานถึงชายผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงคือ เริ่มมีตามัวถึงสองข้าง ชายผู้นี้อายุ 55 ปี สูง 168 ซม. หนัก 70 กก. เขารับประทานสาหร่ายเกลียวทองจีดี-1 มื้อละ 7 แคปซูล วันละ 3 มื้อ ผลการรักษาปรากฏดังนี้


การทดสอบโดยกินกลูโคส 50 (mg/dl)
ผู้ป่วยเป็นหนึ่งในหลายคนที่สามารถรักษาให้หายได้ อาการของโรคเบาหวานเป็นปกติดหลังจากกินสาหร่ายเกลียวทองครบ 2 เดือน และอาการตามัวของเขาก็จะทุเลาขึ้นสำหรับผู้ป่วยหนัก อาจจะต้องกินสาหร่ายเกลียวทองนาน 3-6 เดือน

การรักษา ก่อนรับประทาน
สาหร่ายเกลียวทอง
หลังรับประทาน
30 วัน
หลังรับประทาน
60 วัน
ค่าของคนปกติ
การทดลอง
เมื่ออดอาหาร 176 122 102 ต่ำกว่า 100
หลังกินกลูโคส 30 นาที 212 200 168  
หลังกินกลูโคส 60 นาที 238 236 170 ต่ำกว่า 170
หลังกินกลูโคส 90 นาที 196 174 138  
หลังกินกลูโคส 120 นาที 136      


อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำตาลได้ เพราะร่างกายมีอินซูลินน้อย ดังนั้นร่างการจึงใช้ Lippid มาผลิตเป็นความร้อนและพลังงานแต่การเผาผลาญ Lipid นั้น จะไม่สามารถทำใด้อย่างสมบูรณ์ ทำให้มีสาร คีโตน (Ketone) เกิดขึ้นมาก ผู้ป่วยจะผายลม และขบวนการ Ketosis ก็จะเกิดขึ้น ในระยะนี้ผู้ป่วยจะอ่อนเพลีย ใจสั่น กระสับกระส่ายและเวียนศรีษะ ถ้าเป็นมากธาตุโปตัสเซียมอาจจะขาด และเกิดโคม่าถึงตายได้ สาหร่ายเกลียวทองมีโปตัสเซียมถึง 1.79%
ซึ่งนับว่าสูง อาจจะช่วยให้เกิดสมดุลย์กับกรดคีโตน และป้องกันมิให้เกิดพิษในร่างกาย

อาหารของผู้ป่วยเบาหวาน ควรประกอบด้วย วิตามิน เกลือเเร่ และสารอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายและจะต้อง
1. หลีกเลี่ยงการกินอาหารประเภทแป้งที่ผ่านขบวนการผลิตที่ซับซ้อน อย่างเช่น น้ำตาลทรายขาว แป้ง และอื่นๆ ไม่ควรกินเนื้อสัตว์มาก เพราะถ้ากินมากจะทำให้ขาดวิตามิน
บี 6 แมกนีเซียม แคลเซียมและกรดนิโคตินิค
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่นกล้วย แตงกวา ผักใบเขียว กระเทียม ยีสต์
3. วิตามิน และเกลือแร่ โปตัสเซียม วิตามินบี 6 กรดนิโคตินิค แมกนีเซียม แมงกานีส และโครเมียม
4. ถ้าผู้ป่วยมีอาการมากอาจต้องให้อินซูลินต่อ แต่ค่อยๆลดลงจนหยุดไปในที่สุด

จากการศึกษาทางคลินิกโดยนายแพทย์ชาวญี่ปุ่น ได้ทำการทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานพบว่าการให้สาหร่ายเกลียวทองซึ่งมีสารอาหารที่จำเป็นต่อผู้ป่วยเบาหวาน อยู่มากโดยรับประทานสาหร่ายเกลียวทองครั้งละ 7 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 30 และ 60 วัน พร้อมกับการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาลเกือบจะหายไปจากปัสสาวะ และปริมาณน้ำตาลในเลือดก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

สาหร่ายเกลียวทอง จีดี -1 มีทั้งโปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนจากพืช มีวิตามินเอ บี 1, บี 2, บี 6, บี 12, กรดนิโคตินิค, กรดแพนโทเซนิค, มีแร่ธาตุเช่น แมกนีเซียม โปแตสเซียมแมงกานีส และสังกะสี ดังนั้น สาหร่ายเกลียวทอง จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับคนเป็นโรคเบาหวาน


บทความ สาหร่ายเกลียวทองกับการทดลองในผู้ป่วย
โรคมะเร็ง/โรคหัวใจ / โรคเบาหวาน /โรคโลหิตจาง /โรคตับ /โรคกระเพาะอาหาร /โรคเม็ดโลหิตขาวเสื่อมสภาพ /การรักษาโรคภูมิแพ้ /โรคชรา /
สาหร่ายเกลียวทองและการลดน้ำหนัก/เมนูสาหร่าย / อาหารเสริม / อาหารสมอง / คอเลสเตอรอล / ผมร่วง /
สมรรถภาพทางเพศ
/ โรคหวัด / โรคข้ออักเสบ / โรคไต / โรคเก๊าท์

บทความ จีดี เยี่ยมบ้านอื่นๆ
ป้าวิเชียร เปรมปราโมทย์ / คุณสายพิณ เนื่องทองนิ่ม / คุณสมบูรณ์ สู่ประเสริฐ / คุณจำนง สุชาสหชาติ
คุณอรรณพ ผลบุณยรักษ์ / คุณวรวุฒิ อำไพวรรณ / คุณพราวพร ทองศรี / คุณลูกตาลและน้อง Fraser
น้องเฟิร์น เด็กหญิงปุณยวัน อุบลทิพย / นาวาอากาศเอกพิเศษ อำนวย ทาเวียง / คุณศิริรัตน์ สุวรรณเนตร

สุขภาพดีได้ด้วยต้นทุนต่ำ

รับคำปรึกษาฟรีเรื่องประโยชน์ของสาหร่ายเกลียวทอง
ต่อสุขภาพ ได้ฟรี ที่ 02-9665556
หรือส่งข้อความ

*****

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และราคา

บริษัทกรีนไดมอนต์ จำกัด ผู้ผลิต จำหน่าย สาหร่ายเกลียวทอง สไปรูไลน่า spirulina ดูรายชื่อตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ /Contact Us ติดต่อเราได้ที่นี่