งานวิจัยจากผู้ป่วยโรคเบาหวาน
- หลักการและเหตุผล
- ระเบียบวิธีวิจัย
- ผลการวิจัย
- การประเมินผล
- แผนภูมิแสดงผลการวิจัย
หลักการและเหตุผล
สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสาหร่ายหลายเซลที่มีคุณค่าทางอาหารสูง
โดยมี ปริมาณโปรตีน,วิตามินและ เกลือแร่สูงมาก
มีการนำเอาสาหร่ายสาหร่ายเกลียวทองมารับประทานเป็นอาหาร
และอาหารเสริมนานมาแล้ว อีกทั้งกลายเป็นสินค้าที่จำหน่ายกันในท้องตลาดมากมายในปัจจุบันหลายยี่ห้อ
มีคำกล่าวอ้างมากมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของสาหร่าย สาหร่ายเกลียวทอง
ในการใช้เสริมสุขภาพและ ผลในการช่วยรักษาอาการป่วย ในเบาหวาน เก๊าท์
ฯลฯ แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่เป็น Randomized Controlled Trial ที่มีการควบคุมอย่างดีที่จะยืนยันคำกล่าวนี้ส่วนประกอบของสารอาหารที่มีอยู่ในส่าหร่ายเกลียวทอง
ระเบียบวิธีวิจัย
ผู้วิจัยได้วิจัยผลของการให้ สาหร่ายเกลียวทอง ในผู้ป่วยเบาหวานทั้งชายและหญิงจำนวน
41 รายโดยการแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่มด้วยวิธีสุ่ม
ผู้ป่วยกลุ่มทดลองจำนวน 21 รายรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง
จำนวน 6 กรัมต่อวันและ ผู้ป่วยกลุ่มควบคุมจำนวน 20 คนรับประทานแป้งใส่แคปซูล
ที่มีลักษณะเหมือนกันในปริมาณ
เท่ากันเป็นเวลา 8 สัปดาห์
ทั้งสองกลุ่มได้รับการดูแลรักษาเหมือนเดิม และได้รับคำแนะนำในการรักษาเบาหวานไม่แตกต่างกัน
ทั้งสองกลุ่ม ได้รับการตรวจเลือดดูระดับ Blood Sugar,
HBA1C Cholesterol, Triglycerides, SGPT และ Uric Acid ก่อนและหลังรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง
กระบวนการระเบียบวิธีวิจัย

ผลการวิจัย
Group Statistics
จากกราฟจะเห็นได้ว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานลดลงหลังจากเข้าสู่โครงการทั้งสองกลุ่ม
แต่เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่มที่รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง
และ Placebo
แล้วจะลดลงพอๆ กันอย่างไม่มีความแตกต่าง
แต่หากมาแยกวิเคราะห์เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลอยู่ในระดับสูง
คือตั้งแต่ 140 mg/dl ขึ้นไป จะพบว่าหลังจากได้รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง
เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ จะมีระดับ
น้ำตาลลดลงมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทานเฉลี่ย 31 mg / dl
แต่เนื่องจากงานวิจัยนี้ยังมีขนาดตัวอย่างของผู้ป่วยน้อยไปจึงทำให้ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ
(ผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มมีจำนวน 16 และ 17 คนตามลำดับ Independent sample
t-test,
p-value = 0.374) จึงน่าจะทำงานวิจัยต่อไปโดยเพิ่มขนาดกลุ่มตัวอย่างขึ้นเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
ระดับกรดยูริกในเลือด
จากกราฟจะเห็นได้ว่า ระดับกรดยูริกในเลือดก็ลดลงหลังจากเข้าสู่โครงการทั้งกลุ่มที่ได้รับประทาน
หรือไม่ได้รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง เช่นกัน
แต่จะพบว่าระดับกรดยูริกในกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง
แม้จะลดลงแต่ก็ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p-value
= 0.14 )
ส่วนในกลุ่มที่รับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง จะพบว่าระดับกรดยูริกที่ลดลงจะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
( p-value = 0.015 )
สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ระดับกรดยูริกในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับปกติที่ไม่ถือว่าเป็นโรคเก๊าท์แต่อย่างใด
แต่ สาหร่ายเกลียวทอง ก็ยังมีฤทธิ์ทำให้ระดับกรดยูริกลดลง กว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน
อย่างชัดเจนแทนที่จะเพิ่มขึ้นตามความเข้าใจแต่เดิม
จึงน่าสนใจว่าน่าจะมีการวิจัยผลของ สาหร่ายเกลียวทอง
ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์ต่อไปว่าจะมีผลช่วยในการรักษาโรคนี้หรือไม่
ประเมินผล
สาหร่ายเกลียวทอง มีแนวโน้มที่จะมีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลสูง
( ผู้ที่เป็นเบาหวานรุนแรงหรือควบคุมยาก ) โดย ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลควบคุมได้
( น้อยกว่า 140 mg / dl ) แต่จะต้องทำการศึกษาต่อไปในกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น
กว่านี้
สาหร่ายเกลียวทอง ไม่มีผลทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้นอย่างที่เคยเข้าใจกัน
ในทางกลับกัน สาหร่ายเกลียวทอง มีผลทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงอย่างชัดเจนแต่จะมีผลต่อการรักษาโรคเก๊าท์
หรือไม่ยังต้องทำการศึกษาต่อไป

แผนภูมิแสดงผลการวิจัย



งานวิจัยอื่น
สาหร่ายเกลียวทอง
: จุลโภชนาหาร ที่เป็นแหล่งพลังงาน