หน้าแรก | งานวิจัย | งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับสาหร่ายเกลียวทอง: ผลต่อไวรัสเอดส์ มะเร็ง และระบบภูมิคุ้มกัน
งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับสาหร่ายเกลียวทอง:
ผลต่อไวรัสเอดส์ มะเร็ง และระบบภูมิคุ้มกัน
โดย Richard Kozlenko DPM, Ph.D M.P.H. และ Ronald H. Henson

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสนใจสาหร่ายเกลียวทองมากขึ้นในด้านอาหารที่เป็นยาและเป็นแหล่งของสารด้านเภสัช ที่มีศักยภาพ  มีงานค้นคว้าวิจัยเบื้องต้นทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ หลายชิ้นเกี่ยวกับความสามารถในการยับยั้งการแตกตัวของเชื้อไวรัส ช่วยทำให้เซลล์และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น ทั้งยังยับยั้งการเจริญและลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็งด้วย  ถึงแม้ว่างานวิจัยเหล่านี้จะเป็นเพียงงานขั้นเริ่มต้นและจังต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม แต่ผลการวิจัยนั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ผลในการต่อต้านไวรัส
เดือนเมษายน 1996 นักวิทยาศาสตร์จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ Laboratory of Viral Pathogenesis,  สถาบัน Dana-Farber Cancer Institute, Harvard Medical School ที่ Boston มลรัฐ Massachusetts และ Earthrise Farm จากเมือง Calipatria มลรัฐ California ได้ร่วมกันแถลงผลงานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยระบุว่า “น้ำที่สกัดจากสาหร่ายเกลียวทอง สามารถยับยั้งการแตกตัวของ HIV-I ใน T-cell และรอบเซลล์เม็ดเลือดของมนุษย์ และที่ความเข้มข้น 5-10 & micro;g/ml. พบว่าสามารถลดการเจริญของเชื้อไวรัสได้”

HIV-I คือเชื้อไวรัสเอดส์  ซึ่งสารสกัดสาหร่ายเกลียวทอง จำนวนเล็กน้อยสามารถลดการแตกตัวของไวรัสได้  ในขณะที่เมื่อใช้ในความเข้มข้นสูงขึ้นสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสได้อย่างสิ้นเชิง โดยสารสกัดสาหร่าย Spirulina ที่ใช้ในการรักษาโรคและหยุดยั้งการเจิรญเติบโตของเชื้อไวรัสในความเข้มข้นน้อยกว่า 100 ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ของมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งได้เผยแพร่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำสารสกัดบริสุทธิ์ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ สาหร่ายเกลียวทอง  มีชื่อว่า Calcium-Spirulan ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อไวรัสหลายชนิดในหลอดทดลอง ได้แก่ HIV-I, เริม, Cytomegalovirus, เชื้อไข้หวัดใหญ่ ไวรัส A, คางทูม และหัด  ทั้งยังปลอดภัยต่อเซลล์ของร่างกายมนุษย์  การทดลองในเซลล์เพาะเลี้ยงของมนุษย์และลิง พบว่าสารสกัดนี้สามารถป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อไวรัสได้ รายงานการวิจัยเบื้องต้นในวารสารวิชาการระบุว่า สารสกัดนี้  “มีผลอย่างแท้จริงในการบำบัดการติดเชื้อ HIV-I, HSV-I และ HCM ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ติดเชื้อเอดส์ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต

Calcium-Spirulan เป็นสารที่ใช้กระบวนการ Polymerized ทำให้โมเลกุลของน้ำตาลมีคุณสมบัติคล้ายกับสาหร่ายเกลียวทอง คือมีทั้ง Sulfur และ Calcium ผลการรักษาหนูแฮมสเตอร์ที่ผิวหนังติดเชื้อเริมและรักษาด้วยสารสกัดนี้ พบว่ามีอัตราการฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิม

สารสกัดนี้ทำงานอย่างไร? 

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายมันจะเกาะอยู่ที่ผนังเซลล์ สารสกัดสาหร่ายเกลียวทอง  ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถเจาะผนังเซลล์เข้าไปทำให้เซลล์ติดเชื้อได้ เชื้อไวรัสจะติดอยู่ที่ผนังเซลล์อย่างนั้นโดยไม่สามารถแตกตัวได้และจะถูกกำจัดออกไปโดยกระบวนการป้องกันของร่างกาย ตามธรรมชาติในที่สุด สารสกัดสาหร่ายเกลียวทอง จึงมีประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้ใช้ชีวิตอย่างปกติได้ยืนยาวขึ้น

สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina)  คืออะไร?
สาหร่ายเกลียวทอง หรือ Spirulina คืออาหารดั้งเดิมของบางชนเผ่าในประเทศเม๊กซิโกและทวีปอาฟริกา เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่พบในน้ำอุ่นที่มีความเป็นด่างสูงในทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ สาหร่ายเกลียวทอง ในธรรมชาติเป็นอาหารของฝูงนกฟลามิงโกที่อาศัยอยู่แถบ Rift Valley Lakes ในอาฟริกาตะวันออก ซึ่งทำให้ร่างกายของนกเหล่านี้เจริญเติบโตได้อย่างน่าอัศจรรย์เมื่อเทียบกับสาหร่ายชนิดอื่นเนื่องจากสาหร่ายเกลียวทอง มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมากคือมี Amino acid อยู่ถึง 62% ทั้งยังเป็นแหล่งที่มีวิตามิน B-12 ตามธรรมชาติมากที่สุดในโลก และยังมีส่วนประกอบตามธรรมชาติอย่างครบถ้วนของ Carotene และ Xanthophyll phytopigment หลายชนิดสาหร่ายเกลียวทองมีผนังเซลล์ที่อ่อนนุ่มจากสารประกอบเชิงซ้อนของน้ำตาลและโปรตีน ซึ่งถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย  แตกต่างจากสาหร่ายทั่วๆ ไป

ผู้คนนับล้านทั่วโลกรับประทานสาหร่ายเกลียวทองที่เพาะเลี้ยงด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากฟาร์ม ในปัจจุบันมีการผลิตสาหร่ายเกลียวทองเพื่อการบริโภคของมนุษย์มากกว่าปีละ 1 พันเมตริกตัน โดยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำในการผลิต รองลงมาคือประเทศไทย อินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากตระหนักถึงคุณค่าด้านสารอาหารของสาหร่ายเกลียวทองทำให้ประเทศต่างๆ กำลังวางแผนการผลิตสาหร่ายเกลียวทองขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina), Chlorella และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในธรรมชาติ
สาหร่ายเกลียวทองไม่ใช่สาหร่ายแบบเดียวกับ Chlorella หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดอื่นๆ ที่เก็บเกี่ยวจากทะเลสาบ Klamath ในมลรัฐ Oregon เพราะทั้ง Chlorella และสาหร่ายชนิดอื่นๆ แม้จะเป็นอาหารที่มีคุณค่าแต่ไม่มีคุณสมบัติต้านไวรัส ต้านมะเร็ง และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกับสาหร่ายเกลียวทอง  นอกจากนี้ผนังเซลล์ของ Chlorella เป็น Cellulose ที่กระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้ ในขณะที่ผนังเซลล์ของสาหร่ายเกลียวทองเป็นสารประกอบเชิงซ้อนของโปรตีนและน้ำตาลที่สามารถย่อยได้ง่าย

ส่วนสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินจากทะเลสาบ Klamath มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aphanizomenon flos-aquae เป็นสาหร่ายต่างชนิดกับสาหร่ายเกลียวทอง ในขณะที่เอกสารทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นมีข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นพิษของ Aphanizomenon flos-aquae แต่มีน้อยชิ้นมากที่กล่าวถึงประโยชน์ทางการรักษาโรคของมัน ในทางกลับกันมีเอกสารทางวิทยาศาสตร์มากมายที่มีข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับประโยชน์ และความปลอดภัยของมนุษย์และสัตว์ที่บริโภคสาหร่าย Chlorella และสาหร่ายเกลียวทอง

ผลด้านการต้านมะเร็ง
งานศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงว่าสาหร่ายเกลียวทอง หรือสารสกัดจากสาหร่ายเกลียวทองสามารถป้องกัน หรือยับยั้งมะเร็งในมนุษย์และสัตว์ มีความเชื่อว่ามะเร็งบางชนิดเป็นผลมาจากเซลล์ที่ DNA ถูกทำลายแล้วไปทำร้ายเซลล์อื่นๆ ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเจริญของเซลล์ได้  นักชีววิทยาด้านเซลล์ได้ค้นพบว่ามีเอนไซม์ชื่อ Endonuclease มีหน้าที่ซ่อมแซม DNA เพื่อให้เซลล์คงมีชีวิตอยู่และมีความแข็งแรง  เมื่อเอนไซม์ตัวนี้ถูกยับยั้งการทำงานโดยการฉายรังสีหรือถูกพิษ DNA ที่เสียหายจึงไม่ได้รับการซ่อมแซมและทำให้อาจเกิดเป็นมะเร็งขึ้นได้ จากผลการศึกษาในห้องทดลองพบว่า Polysaccharide ของสาหร่ายเกลียวทองเท่านั้นที่ช่วยให้การซ่อมแซม DNA ของเอนไซม์ตัวนี้ทำได้ดียิ่งขึ้น นี่คงเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่าเหตุใดงานวิจัยหลายชิ้นในผู้ที่สูบบุหรี่และการทดลองเกี่ยวกับมะเร็งในสัตว์ทดลอง จึงรายงานผลว่าเมื่อกลุ่มตัวอย่างได้รับประทานสาหร่ายเกลียวทอง หรือรักษาด้วยสารสกัดจากสาหร่ายเกลียวทอง  จึงสามารถหยุดยั้งเซลล์มะเร็งที่ร้ายแรงหลายชนิดได้ในระดับสูง

การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
สาหร่ายเกลียวทองเป็นสารบำรุงระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาวิจัยในหนู หนูแฮมสเตอร์ ไก่     ไก่งวง แมว และปลา ยืนยันว่าสาหร่ายเกลียวทองช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า สาหร่ายเกลียวทองไม่เพียงแต่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถของร่างกายในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดให้เพิ่มขึ้นด้วย

               

ส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้แก่ Stem cells ในไขกระดูก เซลล์เม็ดเลือดขาว T-cellsและ Natural Killer Cell แสดงให้เห็นว่ามีการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ม้ามและต่อมไธมัสมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์ยังสังเกตพบว่าสาหร่ายเกลียวทองช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำลายเชื้อโรค
               
การศึกษาทดลองบริโภคสาหร่ายเกลียวทองพบว่าแม้จะบริโภคเพียงจำนวนน้อยก็ยังเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ของเหลว และเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน สาหร่ายเกลียวทองช่วยเร่งการผลิตระบบของเหลวต่างๆ เช่น แอนตี้บอดี้และไซโตพลาสมของเซลล์ ทำให้ร่างกายสามารถป้องกันตนเองจากเชื้อโรคที่แปลกปลอมเข้ามาได้ดียิ่งขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์ได้แก่ T-cells เม็ดเลือดขาว B-cells และเซลล์ต้านมะเร็ง หรือ Natural Killer Cell เซลล์เหล่านี้ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและมีมากในอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ม้าม ต่อมไธมัส ต่อมน้ำเหลือง ต่ออะดีนอยด์ ต่อมทอนซิล และไขกระดูก สาหร่ายเกลียวทองช่วยจัดระเบียบให้เซลล์และอวัยวะที่สำคัญเหล่านี้ ทำให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น แม้ในสภาวะกดดันจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษหรือจากการติดเชื้อต่างๆ

ไฟโคไซยานินในสาหร่ายเกลียวทองช่วยสร้างเม็ดเลือด
จากการศึกษาสาร Polypeptide ที่มีชื่อเรียกว่าไฟโคไซยานิน พบว่าส่งผลต่อ Stem cells  ที่พบในไขกระดูก Stem cells เป็นเซลล์ต้นแบบของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันและเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ช่วยให้ออกซิเจนแก่ร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนรายงานว่าไฟโคไซยานินกระตุ้นการสร้างโลหิตได้เทียบเท่ากับฮอร์โมน Erythropotein (EPO) ซึ่งสร้างจากไตและควบคุมโดย Stem cells ในไขกระดูกเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดง นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนอ้างว่าไฟโคไซยานินยังช่วยควบคุมการสร้างเม็ดเลือดขาว แม้แต่ในขณะที่ Stem cellsในไขกระดูกถูกทำลายโดยสารพิษจากเคมีหรือการฉายรังสีก็ตาม
               
ผลของไฟโคไซยานินในการสร้างเม็ดโลหิต ทำให้สาหร่ายเกลียวทองได้รับการรับรองจากประเทศรัสเซียว่าเป็น “อาหารที่เป็นยา” สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารกัมมันตภาพรังสี  เด็กๆ ที่ทุกข์ทรมานจากการรับประทานอาหารที่เพาะปลูกบนพื้นดินที่ปนเปื้อนพิษจากสารกัมมันตภาพรังสีที่เชอร์โนบิล ทำให้ไขกระดูกของเด็กเหล่านั้นถูกทำลาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง สารกัมมันตภาพรังสีทำลายไขกระดูกทำให้ไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวที่ปกติได้ เด็กเหล่านี้จึงเป็นโรคโลหิตจางและต้องทรมานจากผลของโรคภูมิแพ้ ประเทศรัสเซียให้การรักษาเด็กเหล่านี้โดยให้รับประทานสาหร่ายสาหร่ายเกลียวทองแบบเม็ดวันละ 5 กรัมต่อวัน ผลปรากฏว่าเด็กเหล่านี้มีการดีขึ้นและฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใน 6 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่ไม่ได้รับประทานสาหร่ายเกลียวทอง ยังคงเจ็บป่วยอยู่เช่นเดิม
               
ผลที่มีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ
สาหร่ายเกลียวทองเป็นแหล่งของสารอาหารธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแหล่งหนึ่งเท่าที่มนุษย์ได้รู้จักสาหร่ายเกลียวทอง ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน มีคลอโรฟิลล์, เบต้าแคโรทีน และสารประกอบอื่นๆ  รวมถึงสารสีธรรมชาติอื่นๆ ในปริมาณสูง  สาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารจากพืชสีเขียวชนิดเดียวที่อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น GLA  ซึ่งช่วยกระตุ้นความเจริญเติบโตในสัตว์บางชนิด และทำให้ผิวและขนมีประกายเงางามและนุ่มและแข็งแรงไม่หลุดร่วงหรือขาดง่าย GLA ยังช่วยในการต้านการอักเสบ และบางครั้งยังช่วยบรรเทาอาการไขข้ออักเสบด้วย

สาหร่ายเกลียวทองทำหน้าที่เป็นอาหารที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย มีประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้ โดยเฉพาะแลคโตลาซิลัสและไบฟิดัส ช่วยทำให้แบคทีเรียในลำไส้เหล่านี้แข็งแรงและมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ลดปัญหาที่เกิดจากการติดเชื้อโรค เช่น เชื้ออีโคไล และแคนดิดา อัลไบแคน เป็นต้น จากการศึกษาโดยการเพิ่มสาหร่ายเกลียวทองเข้าไปในมื้ออาหาร พบว่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

บทสรุป
จากผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้น นักวิทยาศาสตร์หวังว่าการใช้สาหร่ายเกลียวทอง และสารสกัดจากสาหร่ายเกลียวทองน่าจะช่วยลด หรือป้องกันมะเร็งและโรคต่างๆ ที่เกิดจากไวรัส  ป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือปาราสิต และอาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้น และแผลหายได้เร็วขึ้น ความรุนแรงของโรคโลหิตจาง, การได้รับสารพิษ และภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจลดน้อยลง นักวิทยาศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน รัสเซีย อินเดีย และประเทศอื่นๆ ต่างกำลังศึกษาอาหารที่มีคุณค่าโดดเด่นนี้เพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับศักยภาพของมัน ยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของมันต่อโรคเอดส์และโรคร้ายที่คร่าชีวิตอื่นๆ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสาหร่ายเกลียวทองเป็นอาหารธรรมชาติที่ปลอดภัย และให้คุณค่าโภชนาการที่เข้มข้นเพื่อดำรงชีวิตและสุขภาพที่ดีเลิศ

 


(C) Copyright 2009. Green Diamond Company Limited. All Rights Reserved. http://www.gd-1.com