"ควรรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 ในปริมาณเท่าไร
ในครั้งแรก"
ในช่วง 2-3 วันแรก ควรเริ่มจาก 2 เม็ดหรือ 2 แคปซูลก่อน ซึ่งท่าน สามารถรับประทานก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง พร้อมกับน้ำ 1 แก้ว เพื่อบรรเทาความหิว หรือหากท่านมีน้ำหนักตัวปกติก็สามารถทานพร้อมกับมื้ออาหาร ได้ ขั้นต่อมา เมื่อร่างกายของท่าน สามารถปรับตัวเพื่อรับสารอาหารจากสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 แล้ว ก็สามารถเพิ่มปริมาณเป็น 3-4 เม็ด หรือแคปซูลได้ โดยรับประทานวันละ 3 เวลา หลังจากนั้น ท่านสามารถตรวจสอบความต้องการของตัวเองได้ว่า ร่างกายต้องการมากน้อยแค่ไหน หรือ รับประทานตามคำแนะนำของแพทย์
"ควรเลือกรับประทานแบบเม็ด หรือแคปซูล"
ถ้าคำนึงถึงเรื่องราคา ชนิดเม็ด จะราคาถูกกว่าแบบแคปซูลเมื่อเปรียบเทียบต่อกรัม แต่หากคำนึงเรื่องการใช้ แบบแคปซูลสามารถดูดซึมได้ดีกว่า ทันทีที่เปลือกแคปซูลละลาย ซึ่งถ้าเป็นแบบเม็ด จะถูกย่อยที่กระเพาะ และสำหรับผู้ที่รับประทานเจหรือมังสวิรัต ก็ให้เลือกแบบเม็ด เนื่องจากเปลือกของแคปซูลทำจากเจลาติน ซึ่งสกัดจากสัตว์
เลือกรับประทานตามความเหมาะสมของท่านได้ เพราะไม่ว่าท่านจะเลือกรับประทานแบบใด ก็สามารถรับคุณประโยชน์จากสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 มากที่สุดเช่นกัน
"ระบบในการเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 มีระบบอะไรบ้าง "
ระบบที่ใช้เพาะเลี้ยงสาหร่ายเกลียวทอง เพื่อการพาณิชย์นั้น มีเพียงระบบเดียว คือ การเลี้ยงในบ่อกลางแจ้ง โดยให้ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง หรือที่เรียกว่า ระบบเปิด นั่นเอง ส่วนระบบปิด เป็นระบบที่ใช้เพาะเลี้ยงเชื้อในห้องปฏิบัติการ มีการควบคุมอุณหภูมิ แสง ค่าความเป็นกรด-ด่าง ฯลฯ โดยจะเลี้ยงในหลอดแก้ว ฉะนั้น การปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมจึงน้อยมาก
สำหรับการเพาะเลี้ยง สาหร่ายเกลียวทอง GD-1 ของบริษัท กรีนไดมอนด์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการเพาะเลี้ยงทั้ง 2 ระบบ โดยใช้ระบบปิดในหลอดทดลอง และบ่ออนุบาล เมื่อสาหร่ายเจริญเติบโตแข็งแรงแล้ว ก็ย้ายไประบบเปิด คือ เพาะเลี้ยงในบ่อกลางแจ้งเพื่อรับแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ บริษัทฯ ได้พัฒนาให้หลังคาของบ่อเพาะเลี้ยงสามารถเคลื่อนย้ายปิด-เปิดได้ เพราะหากเปิดไว้ตลอดเวลา เมื่อฝนตก จะทำให้มีสิ่งเจือปนลงไปในบ่อเพาะเลี้ยงได้ นอกจากนี้ การคลุมหลังคาตลอดเวลา ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบน้อยลง ทำให้ความเข้มของแสงอาทิตย์น้อยลง เป็นผลให้สาหร่ายไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่ คุณภาพสาหร่ายที่ได้ก็ลดลงตามไปด้วย
"กินสาหร่ายแล้วทำไมท้องผูก ทั้งๆ ที่น่าจะขับถ่ายได้ดีขึ้น "
อันที่จริงแล้ว การรับประทานสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจาก ในสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 มีคลอโรฟิลล์สูง ซึ่งจะทำให้ลำไส้บีบรัดตัวได้ดีขึ้น และช่วยให้ร่างกายสามารถขับของเสียที่ติดค้างอยู่ในลำไส้ได้ดียิ่งขึ้น สังเกตได้จากผู้ที่เพิ่งเริ่มรับประทาน สาหร่ายเกลียวทอง GD-1 จะถ่ายบ่อยครั้งขึ้นในช่วงแรก
สำหรับบางท่านที่รับประทานสาหร่ายแล้วมีอาการท้องผูก สาเหตุอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อยจนเกินไป เนื่องจากในสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 จะทำให้ความเข้มข้นของสารอาหารในกระแสเลือดค่อนข้างสูง ร่างกายจึงดูดซับน้ำจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลในกระแสเลือด ดังนั้น สำหรับท่านที่เกิดอาการท้องผูก จึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม
"ทำไมต้องทานสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 "
ผู้คนมักไม่รู้ว่า อาหารที่รับประทานในแต่ละวันตัว มีสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จึงเป็นที่มาของอาหารเสริมประเภทต่างๆ แต่ก็มักจะไม่ครบถ้วน หรือไม่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการ ต่างจากสาหร่ายเกลียวทอง GD-1 ที่เป็นอาหารเสริมมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม สาหร่ายเกลียวทอง GD-1 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการเลือกอาหารเสริมสุขภาพ ที่ครบถ้วนและเหมาะสมต่อร่างกาย
"สาหร่ายเกลียวทองคืออะไร "
สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวกโพรคาริโอท (prokaryotes) ซึ่งยังไม่มีนิวเคลียสที่แท้จริง
การจัดหมวดหมู่ทางอนุกรมวิธานมีดังนี้
Phylum Cyanophyta >> Class Cyanophyceae >> Order Oscillatoriale >>Family Oscillatoriaceae >> Genus Spirulina
สาหร่ายเกลียวทองที่ค้นพบแล้วมีประมาณ 30 ชนิด (species) ชนิดที่มีรายงานการทดลองและใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ S. platensis และ S. maxima